การคิดอายุผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดตามปีงบประมาณคิดได้หลากหลายวิธี

784ผมเห็นถามกันมามากทั้งทางเฟสบุ๊ค  และทางเว็บบอร์ดชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) ว่า  การคิดอายุผู้สูงอายุตามปีงบประมาณคิดแบบไหน  เอาอะไรตั้งเอาอะไรมาลบ  มีตารางคำนวณมั้ย  สร้างตารางแบบไหน  อะไรต่างๆ เหล่านี้

ล่าสุดเห็นมีสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนฯ นำผลงานไปโพสให้โหลดในเว็บบอร์ดชมรมฯ โดยบรรยายสรรพคุณไว้ว่าสามารถคำนวณได้ด้วยว่า  หมู่บ้านนี้มีอายุเท่าไรกี่คน  ใช้แบ้งค์ขนาดไหนจำนวนกี่ใบ  เพื่อแจ้งไปทางธนาคารได้เลย

…..อย่าถามมาทางผมนะครับ  ผมใช้ไม่เป็น (ฮา)…..

แนวทาง  วิธีการคิดอายุแบบขั้นบันไดของผู้สูงอายุที่คิดตามปีงบประมาณนั้นน่ะ  มันมีหลากหลายแนวทาง  หลากหลายวิธีการ  แล้วแต่ใครชอบแบบไหน  ใครถนัดแนวไหนของใครของมันครับไม่ว่ากันอยู่แล้วครับ  ขอให้ท่านเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นอันใช้ได้  หลายคนถามผมมาว่า  ถ้าเราดูอายุในระบบสารสนเทศตอนนี้เราต้องเพิ่มหรือลบออก  ทำเอาผมต้องวิ่งไปถามกรรมการท่านอื่นจนหอบเลยล่ะครับ  ยอมรับตามตรงว่าผมไม่เคยเข้าไปดูเลย (ฮา)

ผมชอบแนวทางแบบโบราณๆ หน่อยครับ  กาแฟก็ทานกาแฟโบราณ  รถก็ขับเกียร์ธรรมดา  อาหารการกินถ้ามีวงเล็บ “เจ้าเก่า” ต่อท้ายนี่เป็นต้องหาทางไปชิม (เกี่ยวกันมั้ย) ฉะนั้นวิธีคิดอายุตามปีงบประมาณของผมจึงเป็นแบบโบราณ  โดยทำตารางเทียบอายุกับปีเกิดเดือนเกิด  ยึดเอาหนังสือสั่งการเวลาให้ลงทะเบียนผู้สูงอายุที่บอกว่า  ผู้ที่เกิดก่อน  1  ตุลาคม  2497  นั่นแหละครับ

ผมคิดง่ายๆ ว่า  ผู้ที่เกิดเมื่อวันที่  1  ตุลาคม  2496  เมื่อปีที่แล้วไม่มีสิทธิลงทะเบียนได้  เขาก็มาลงทะเบียนในปีนี้  เพื่อที่จะไปรับเงินเบี้ยยังชีพ  600  บาทในปีงบหน้า

เมื่อผู้รับเบี้ยยังชีพย้ายออกนอกพื้นที่

ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่เพื่อนนักพัฒน์ทั้งหลายรู้กันอยู่  ในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552  ข้อ 8 บอกว่า  เมื่อมีผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ อบต. หรือเทศบาลอื่น  ก็ให้ อบต. หรือเทศบาลเดิมที่เคยจ่ายเบี้ยยังชีพเนี่ยจ่ายไปก่อนจนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น  และถ้าจะรับเบี้ยยังชีพกับ อบต. หรือเทศบาลแห่งใหม่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพกับ อบต. หรือเทศบาลแห่งใหม่ก่อนสิ้นปีงบประมาณ

ในขณะที่  ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553  บอกไว้ในข้อ 8 เหมือนกันว่า  ถ้าผู้รับเบี้ยย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ อปท. อื่น หรือ กทม. ให้ อปท. ที่จ่ายเบี้ยความพิการจ่ายเงินต่อไปจนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณนั้น  หากมีความประสงค์จะรับเงินเบี้ยความพิการจาก อปท. แห่งใหม่ในปีงบประมาณถัดไป  ต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยความพิการที่ อปท. แห่งใหม่ภายในเดือนพฤศจิกายน

เรารู้กันอยู่ว่าเมื่อผู้รับเบี้ยย้ายออกนอกพื้นที่  ที่เดิมต้องจ่ายเบี้ยไปก่อนจนสิ้นปีงบประมาณ  ไอ้คำว่าจนสิ้นปีงบประมาณนั้นนี่แหละครับทำให้เพื่อนนักพัฒน์ด้วยกันเองทะเลาะกันมานักต่อนักแล้วเพราะมองกันคนละมุม  ยกตัวอย่างสักเคสหนึ่ง  มีผู้สูงอายุย้ายจาก อบต.หนึ่ง ไปอบต.สอง ในเดือนเมษายนปี 2554 อบต.หนึ่งก็จ่ายเบี้ยไปจนถึงเดือนกันยายนปี 2554 เพราะเป็นปีงบประมาณเดียวกัน  แล้วระเบียนบอกว่าถ้าผู้สูงอายุอยากได้รับเบี้ยต่อก็ให้ไปลงทะเบียนกับ อบต.สองก่อนสิ้นปีงบประมาณ  พอไปลงทะเบียนเจ้าหน้าที่ที่ อบต.สอง ไม่รับลงให้เพราะยังไม่ถึงเวลารับลงทะเบียนคือเดือนพฤศจิกายนแม้จะเป็นปี พ.ศ.เดียวกันแต่เป็นปีงบประมาณ 2555 และเมื่อลงทะเบียนแล้วต้องรอรับเงินเบี่ยยังชีพในปีงบประมาณ 2556  ทำให้ผู้สูงอายุรายนี้ไม่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพในปีงบประมาณ 2555 ทั้งปี

ความจริงเมื่อผู้สูงอายุย้ายภูมิลำเนาออกมาเมื่อเดือนเมษายนปี 2554 ซึ่งเป็นปีงบประมาณ 2554 อบต.หนึ่งควรที่จะจ่ายเงินเบี้ยยังชีพไปก่อนจนถึงปีงบประมาณ 2555 คือเดือนกันยายน 2555 เพราะผู้สูงอายุจะไปลงทะเบียนที่ อบต.สองในเดือนพฤศจิกายนปี 2554 ซึ่งเป็นปีงบประมาณ 2555 แล้วกว่าจะได้รับเบี้ยในเดือนตุลาคมปี 2555 หรือปีงบประมาณ 2556  การรับเบี้ยของผู้สูงอายุจะได้ไม่ขาดตอน  เมื่อผู้สูงอายุย้ายออกในปีงบประมาณ 2554 ระเบียบบอกว่าให้ อปท.เดิมจ่ายไปก่อน  ผมมองในมุมแบบที่ไม่ให้ผู้สูงอายุเสียสิทธิว่าจ่ายไปก่อนอีก 1 ปีงบประมาณเพื่อให้เขาไปลงทะเบียนที่ใหม่และได้รับเบี้ยต่อเนื่อง  แล้วอีกอย่างคือเงินที่กรมส่งให้ยังมาที่เดิมแล้วจะไล่ให้เขาไปรับที่ใหม่ได้งั้ย

ถ้าย้ายออกไปจากผม  ผมก็ทำแบบนี้ทุกรายล่ะครับ  แต่พอย้ายเข้ามาอยู่กับผม  มีปัญหาทุกที  เขาไม่ไปด่าท่านนะครับ  เขาด่าผม

อายุของผู้สูงอายุตามปีงบประมาณ

แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แต่คนท้องถิ่นอย่างเราขยันขันแข็งยิ่ง  จะไม่ให้บอกว่าขยันได้ไงล่ะครับก็มีคนโทรถามผมเรื่องการคิดอายุผู้สูงอายุแบบตามปีงบประมาณในวันหยุดตั้งสามสี่คน  บางคนเตรียมการไว้สำหรับการรับลงทะเบียนที่ใกล้จะถึงนี้  บางคนเพื่อจะตรวจสอบเพราะย้ายไปรับงานที่ใหม่  บางคนผู้บังคับบัญชาถามไถ่มาเลยต้องเตรียมข้อมูลไว้

ไม่ว่าจะยังไงผมก็ยินดีตอบคำถามและดีใจที่เพื่อนๆ พัฒนาชุมชนนึกถึงครับ  แม้ผมไม่มีข้อมูลในเรื่องที่ถามผมก็จะถามไถ่ข้อมูลกับเพื่อนๆ ให้  ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนพัฒนาชุมชนในชมรมพัฒนาชุมชนยินดีให้ความช่วยเหลือ

เข้าเรื่องที่มีคนถามมาดีกว่าครับ  น้องเขาถามมาว่ามีวิธีคิดอายุตามปีงบประมาณยังไง  ผมตอบไปว่าให้คิดที่ปัจจุบันก่อนคือ  ปีงบประมาณนี้ (2555) เขาให้ผู้สูงอายุที่เกิดก่อน 1 ตุลาคม 2496 มาลงทะเบียนในเดือนพฤศจิกายนนี้  ผู้ที่เกิดก่อน 1 ตุลาคม 2496 หมายถึงคนที่เกิดระหว่าง 1 ตุลาคม 2495 จนถึง 30 กันยายน 2496 ที่อายุจะครบ 60 ในปีงบประมาณ 2557 (ตอนนี้อายุ 59 ปี) แล้วให้ไล่ พ.ศ.เกิดลดลง  ถ้าจะให้เข้าใจง่ายให้ทำเป็นตารางแบบที่ผมเคยทำไว้ เป็นสื่อ ในบล็อกคนพอชอครับ แต่น้องเขาบอกว่าที่บ้านไม่ได้ติดเน็ต  ไม่รู้ว่าอธิบายให้ฟังทางโทรศัพท์อย่างนั้นน้องเขาเข้าใจหรือเปล่า (ฮา)

เอาเป็นว่า ผมลงตารางตัวอย่างไว้ให้ดูอีกรอบละกันครับ และผมได้ทำไฟล์นี้เป็นไฟล์ pdf เพื่อลงให้ดาวน์โหลดกัน เข้าไปโหลด [download id=”8″] ได้แล้วครับ