ปลัด อบต.เรียกเงินเปอร์เซนต์โบนัส

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2558) เองครับ หัวหน้าสำนักฯ อบต.ดงตะขบ อำเภอตะพานหิน พิจิตร แจ้งความกับตำรวจ บอกว่าปลัด อบต.และพวกเรียกเงินเปอร์เซนต์โบนัสปีงบประมาณ 2557

ตามข่าวบอกว่า ปลัด อบต.จะนำเงินที่หักจากผู้ได้รับโบนัสนี้ไปให้กรรมการที่ตรวจโบนัสนั่นแหละครับ ซึ่งท้องถิ่นหลายๆ ที่มักจะทำกันอย่างที่เป็นข่าวนี่แหละ แต่ที่มันไม่เป็นข่าวเพราะมีการคุยกัน ตกลงกันล่วงหน้าแล้วว่า เมื่อได้รับเงินโบนัสจะหักมารวมให้กรรมการกันเท่าไร และที่ผ่านมามักจะเป็นความยินยอมพร้อมใจกัน มันก็เลยไม่มีปัญหาให้ได้ยิน

เคสแบบนี้ผมเคยเล่าให้ฟังเป็นประจำว่า ที่อุดรก็มีแต่เป็นหักให้นายก แล้วมีร้องจากพนักงานนั่นแหละครับ พอสอบก็มีมูลจนนายกต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นนี้น่าจะเป็นการไม่ถูกกันอยู่แล้วของพนักงานในสำนักงานมากกว่า เมื่อคนมันไม่ถูกกันมันก็เลยไม่คุยกันอ่ะครับ ปัญหาเลยเกิด

อ่านรายละเอียดของข่าวที่นี่

นายกเรียกเปอร์เซ็นต์เงินโบนัส I มันมีมานานแล้ว

หลายท่านคงเห็นข่าวนายก อบต.แกใหญ่  จังหวัดสุรินทร์  ที่ถูกตำรวจจับคาห้องทำงานเพราะไปเรียกเปอร์เซ็นต์เงินโบนัสพนักงานคนละ  35  เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ  เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดขึ้น  มันเกิดขึ้นเป็นประจำแหละครับ  จำนวนที่เรียกมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ที่แต่มีแน่นอน  อย่าคิดว่าคนที่กล้าแจ้งความมีแค่คุณพนักงาน อบต.แกใหญ่สองคนนี้เท่านั้นนะครับ  ที่อุดรก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ที่อุดรผมไม่ทราบว่าเขาไปร้องเรียนที่ไหนบ้าง  เพราะในสมัยนั้นมันไม่มีโซเชียลมีเดียมากระจายข่าวสารเหมือนปัจจุบันนี้  รู้แต่ว่าพนักงานไปร้องเรียนว่านายกเรียกรับเงินเปอร์เซ็นต์โบนัสแบบนี้แหละครับ  และพอสอบปรากฏว่ามีมูลความจริง  นายกเลยถูกปลดออกจากตำแหน่ง  และมีเรื่องตลกร้ายเกิดขึ้นคือ  นายกคนนั้นไปสมัครลงนายกอีกครั้งและได้รับเลือกตั้งด้วยนะครับ  ท่านคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น

เรื่องเงินเปอร์เซ็นต์โบนัสที่ให้นายก อปท.เวลาที่ได้โบนัสกันนี่มีมาเป็นประจำครับ  ตอนนี้วันนี้ก็ยังมีเรื่องนี้กันอยู่  บางแห่งนายกยังไม่ได้เรียกเลยนะครับ  แต่บรรดาข้าราชการพนักงานพากันคิดแทนนายกเลยเสนอเงินให้นายกไปว่าจะให้เท่านั้นเท่านี้  นายกบางคนยอมรับ  บางคนอาจมีการต่อรองกันนิดหน่อย  แต่ก็เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย  เรียกว่าพอใจทั้งผู้ให้ดีใจทั้งผู้รับแหละครับ

กรณีที่ข้าราชการและพนักงานส่งตัวแทนไปเจรจาว่าจะให้เงินเปอร์เซ็นต์นายกเท่าไรนี่  บางแห่งมีเรื่องเล่าเป็นตำนานมาเลยทีเดียวว่า  ปลัด อบต.เป็นตัวแทนเข้าไปเจรจายื่นข้อเสนอกับนายก  พอออกมาก็บอกกับน้องๆ พนักงานว่านายกขอเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยบอกตัวเลขออกมาเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย  เรื่องมันน่าจะจบแค่นั้นถ้าไม่บังเอิญน้องๆ ของปลัดท่านนั้นรู้ภายหลังว่านายกไม่ได้เรียกเพิ่มตามที่ได้ยินมา  ท่านคิดว่าเงินส่วนนั้นไปไหน

ส่วนกรณีที่นายกเรียกรับเองว่าจะต้องได้เท่านั้นเท่านี้อย่างที่เป็นข่าวให้เราเห็นบ่อยๆ นั้นมักจะลงเอยด้วยการร้องกันไปมานี่แหละครับ  พนักงานก็บอกว่านายกเรียกรับเงิน  นายกก็จะแก้ตัวว่าพนักงานให้เองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง  อย่างกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นนี่มีร้องไปที่  ปปช.จังหวัดด้วยก่อนที่จะมีการประสานกับตำรวจ  รายละเอียดข่าวคลิกที่นี่

ข้อมูลข่าวสารสมัยนี้ตามไม่ค่อยทันว่ะ

1023

บ่ายๆ วานนี้มีหนังสือแนวทางการเบิกจ่ายเงินโบนัสออกมา  แรกทีเดียวผมทราบข่าวทางทอระสับ  หมายถึงได้รับสารทาง  Social  นี่แหละครับ  แต่ผ่านทางมือถือ  แล้วตัวเองสายตาก็ไม่ค่อยดี  ได้แต่ส่งต่อไปให้การเงินดู  แล้วค่อยมาเปิดคอมดูเมื่อกลับจากศาลากลางแล้ว  และก็ทำเป็นภาพส่งให้เพื่อนนักพัฒนาชุมชนในไลน์ดูกัน

การสื่อสารสมัยนี้โดยเฉพาะการส่งข่าวถึงกันเร็วนะครับ  ผมว่าภายในไม่ถึงสามสิบนาทีน่าจะรู้กันหมดทั่วประเทศแล้วมั้งเรื่องโบนัสนี่  เหมือนกับเมื่อก่อนที่นักพัฒนาชุมชนพากันกระจายข่าวเรื่อง จปฐ.ไม่ใช่หน้าที่ของท้องถิ่นนั่นแหละครับ  แป๊บเดียวรู้กันทั่วประเทศ

เมื่อข่าวสารสามารถส่งถึงกันได้ด้วยความรวดเร็ว  สิ่งที่ต้องระวังคือการรับสารมาแล้วก็ส่งต่อนี่แหละครับ  โดยเฉพาะในไลน์ที่มักจะอ้างอิงแหล่งข่าววงในแล้วบอกต่อๆ กันมาโดยที่ไม่มีหนังสือยืนยันเหมือนในกรณีนี้  ไม่ใช่อะไรหรอกครับ  พรบ.คอมพิวเตอร์ปี  50  อาจเล่นงานท่านได้  ซึ่งผมเองก็หวุดหวิดหลายทีแล้ว  แหล่งข่าวน่ะพลาดมาเยอะแล้วขอบอก (ฮา)

อย่างไรก็ตามข้อดีของมันก็ยังมีอยู่คือเร็วและกว้าง  ไม่กี่นาทีรู้กันหมดทั่วทั้งประเทศ  อย่างที่ผมบอกไป  ถ้าข่าวมาและมีหนังสือยืนยันมาด้วยไม่มีปัญหา  แต่ข่าวแบบ  “คนนั้นบอกว่า”  “คนนี้บอกว่า”  นี่สิที่ทำให้เข้าใจผิดกันมาเยอะ  ข่าวสารสมัยนี้ตามไม่ค่อยทันจริงๆ ครับ